TGAT

TGAT1 กับ A-Level อังกฤษ ต่างกันยังไง? จริง ๆ แล้วคล้ายกันกว่าที่คิด

13 มิถุนายน 2569 · อ่าน 9 นาที · ครูพี่หวาย ธฤตสรณ์ ศรพรหม

นักเรียนจำนวนมาก โดยเฉพาะ Dek70 และ Dek71 ต้องสอบทั้ง TGAT1 และ A-Level ภาษาอังกฤษ

คำถามที่เจอบ่อยคือ

ต้องเตรียมตัวแยกกันไหม?

คำตอบสั้น ๆ คือ ไม่มากอย่างที่คิด

เพราะจริง ๆ แล้ว TGAT1 และ A-Level ภาษาอังกฤษใช้ทักษะร่วมกันจำนวนมาก จนเรียกได้ว่าหากคุณเตรียมตัวสำหรับวิชาหนึ่งอยู่ คุณก็กำลังเตรียมตัวสำหรับอีกวิชาหนึ่งไปพร้อมกันแล้ว

สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าสองสนามนี้เหมือนกันตรงไหน และต่างกันตรงไหน เพื่อให้ใช้เวลาเตรียมตัวได้คุ้มที่สุด

เปรียบเทียบโครงสร้างข้อสอบ

หัวข้อTGAT1A-Level ภาษาอังกฤษ
จำนวนข้อ60 ข้อ80 ข้อ
เวลา60 นาที90 นาที
คะแนนเต็ม100 คะแนน100 คะแนน
Conversation
Reading
Cloze
Paragraph Organization

หากดูแค่โครงสร้าง จะเห็นว่าทั้งสองวิชามีองค์ประกอบหลักคล้ายกันมาก ต่างกันจริง ๆ เพียงไม่กี่จุด (ดูรายละเอียดเต็มได้ในโครงสร้างข้อสอบ TGAT1และโครงสร้างข้อสอบ A-Level อังกฤษ)

สิ่งที่เหมือนกัน: ทักษะหลักแทบทั้งหมด

นี่คือเหตุผลที่การเตรียมตัวสองสนามนี้สามารถทำไปพร้อมกันได้

Conversation

ทั้ง TGAT1 และ A-Level มีข้อสอบประเภทบทสนทนา ผู้สอบต้องเลือกคำตอบที่เหมาะสมกับสถานการณ์ แม้ชื่อพาร์ทจะต่างกัน

  • TGAT1 เรียกว่า Speaking Skill
  • A-Level เรียกว่า Listening & Speaking

แต่ทั้งคู่ไม่มีไฟล์เสียงและไม่มีการพูดจริง รูปแบบการคิดและทักษะที่ใช้ใกล้เคียงกันมาก

Reading

ทั้งสองสนามวัดการอ่านจับใจความ ผู้สอบต้อง

  • หา Main Idea
  • หาข้อมูลเฉพาะจุด
  • ตีความจากบริบท
  • เชื่อมโยงข้อมูล

ดังนั้นการฝึก Reading ช่วยทั้ง TGAT1 และ A-Level พร้อมกัน

Cloze

นี่เป็นจุดที่หลายคนมองข้าม TGAT1 มี Text Completion ส่วน A-Level มีพาร์ทเติมข้อความใน Writing แม้จะเรียกคนละชื่อ แต่ทักษะที่ใช้คล้ายกันมาก ผู้สอบต้องอาศัย

  • ความเข้าใจบริบท
  • ไวยากรณ์
  • ความสัมพันธ์ของประโยค

ดังนั้นการฝึก Cloze ชุดหนึ่งมักนำไปใช้ได้กับอีกสนามด้วย

สิ่งที่ A-Level มีเพิ่ม

เมื่อมองผ่านความเหมือนแล้ว ความต่างที่สำคัญจริง ๆ มีอยู่ไม่มาก

Paragraph Organization

นี่คือส่วนที่ A-Level มี แต่ TGAT1 ไม่มี ผู้สอบต้องเรียงประโยคให้เป็นลำดับที่สมเหตุสมผล ทักษะที่วัดคือ

  • ความเชื่อมโยงของข้อความ
  • Logical Flow
  • การจัดลำดับความคิด

หากคุณเตรียมตัวจาก TGAT1 เพียงอย่างเดียว ส่วนนี้คือสิ่งที่ต้องฝึกเพิ่ม

บทอ่านเชิงวิชาการมากกว่า

บทอ่านของ TGAT1 มักเป็นข้อความที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ในขณะที่ A-Level มีแนวโน้มจะเจอบทความที่ยาวกว่าและเป็นเชิงวิชาการมากกว่า แม้ทักษะการอ่านพื้นฐานจะเหมือนกัน แต่ระดับความซับซ้อนของเนื้อหาต่างกันเล็กน้อย

แล้วตัวไหนยากกว่ากัน?

คำตอบคือ ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

หากดูจากสถิติของ Dek69 คะแนนเฉลี่ยของทั้งสองวิชาใกล้เคียงกันมาก และทั้งคู่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าครึ่ง นั่นหมายความว่าผู้สอบจำนวนมากรู้สึกว่าทั้งสองสนามท้าทายพอ ๆ กัน

ในเชิงโครงสร้าง

  • A-Level มีองค์ประกอบมากกว่า
  • A-Level มีบทอ่านยาวกว่า
  • A-Level มี Paragraph Organization เพิ่มเข้ามา

แต่ในอีกด้านหนึ่ง

  • TGAT1 มีเวลาเฉลี่ยเพียง 1 นาทีต่อข้อ
  • TGAT1 ต้องตัดสินใจเร็วกว่า

ดังนั้นจุดที่ยากจึงต่างกัน มากกว่าจะบอกว่าสนามใดยากกว่าอย่างชัดเจน (อ่านวิเคราะห์ความยากแต่ละสนามในA-Level อังกฤษ ยากไหมและTGAT1 ยากไหม)

ถ้าต้องสอบทั้งคู่ ควรเตรียมตัวยังไง?

แนวทางที่คุ้มที่สุดคือ

ขั้นที่ 1: ฝึกแกนร่วมก่อน

โฟกัสที่

  • Conversation
  • Reading
  • Cloze
  • Context Clues
  • Vocabulary

เพราะใช้ได้กับทั้งสองสนาม โดยเฉพาะการเดาคำศัพท์จากบริบทที่เป็นทักษะแกนกลางของทั้งคู่

ขั้นที่ 2: เสริมเฉพาะ A-Level

เมื่อพื้นฐานแน่นแล้ว ค่อยเพิ่ม

  • Paragraph Organization
  • Academic Reading

เข้าไป วิธีนี้ทำให้การเตรียมตัวมีประสิทธิภาพกว่าการอ่านแยกเป็นสองวิชาโดยสิ้นเชิง

สรุป

TGAT1 และ A-Level ภาษาอังกฤษไม่ได้ต่างกันมากอย่างที่หลายคนคิด ทั้งสองสนามใช้ทักษะหลักร่วมกันจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Conversation, Reading หรือ Cloze

ความต่างสำคัญจริง ๆ คือ A-Level มี Paragraph Organization และบทอ่านเชิงวิชาการมากกว่า

ดังนั้นหากคุณกำลังเตรียมตัวสำหรับ A-Level ภาษาอังกฤษอยู่ คุณก็กำลังสร้างพื้นฐานสำหรับ TGAT1 ไปพร้อมกันแล้ว และในทางกลับกันก็เช่นเดียวกัน


อยากฝึกทักษะที่ใช้ได้ทั้ง TGAT1 และ A-Level พร้อมกัน?

ลองทำ Mock Test TGAT1 กับ U-Prep Academy เพื่อฝึก Conversation, Reading และ Cloze ซึ่งเป็นแกนหลักที่ใช้ร่วมกันในทั้งสองสนามสอบ

คำถามที่พบบ่อย

TGAT1 กับ A-Level อังกฤษ ต่างกันยังไง?
จริง ๆ แล้วคล้ายกันมาก ทั้งคู่มีพาร์ท Conversation พาร์ท Reading และมี cloze เหมือนกัน ต่างกันหลัก ๆ ที่ A-Level มี Paragraph Organization หรือการเรียงประโยค บทอ่านยาวและเชิงวิชาการกว่า และมีจำนวนข้อมากกว่า
TGAT1 กับ A-Level อังกฤษ ตัวไหนยากกว่า?
ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน คะแนนเฉลี่ยของทั้งคู่ใกล้เคียงกันและต่ำกว่าครึ่งทั้งคู่ จึงถือว่าท้าทายพอ ๆ กัน โดย A-Level มีองค์ประกอบมากกว่า ส่วน TGAT1 กดดันเรื่องเวลาต่อข้อมากกว่า
เตรียม TGAT1 กับ A-Level อังกฤษ ร่วมกันได้ไหม?
ได้มาก เพราะทั้งคู่วัดทักษะ Conversation การอ่านจับใจความ การทำ cloze และการเดาคำศัพท์จากบริบทเหมือนกัน จึงควรฝึกแกนร่วมนี้ก่อน แล้วค่อยเสริมส่วนเฉพาะของ A-Level
TGAT1 มีพาร์ท Writing ไหม?
TGAT1 ไม่มีพาร์ท Writing แยกออกมา แต่มี cloze หรือ Text Completion อยู่ในพาร์ท Reading ซึ่งคล้ายกับ Writing ของ A-Level สิ่งที่ TGAT1 ไม่มีคือ Paragraph Organization หรือการเรียงประโยค