TGAT1 ยากไหม? วิเคราะห์จากคะแนนเฉลี่ยและข้อสอบจริง
13 มิถุนายน 2569 · อ่าน 8 นาที · ครูพี่หวาย ธฤตสรณ์ ศรพรหม

หากถามนักเรียนที่เคยสอบ TGAT1 คำตอบที่ได้มักแตกต่างกัน บางคนบอกว่าข้อสอบไม่ได้ยาก เพราะคำศัพท์และ Grammar ไม่ได้ซับซ้อนเท่า A-Level ภาษาอังกฤษ แต่หลายคนกลับทำคะแนนได้ต่ำกว่าที่คาด และรู้สึกว่าทำข้อสอบไม่ทัน
แล้วตกลง TGAT1 ยากหรือไม่? คำตอบคือ TGAT1 ไม่ใช่ข้อสอบที่ยากเพราะเนื้อหา แต่ยากเพราะต้องใช้หลายทักษะพร้อมกันภายใต้เวลาที่จำกัด
ดูจากคะแนนเฉลี่ย คำตอบคือไม่ใช่ข้อสอบที่ง่าย
หนึ่งในวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการประเมินความยากของข้อสอบ คือการดูคะแนนของผู้เข้าสอบทั้งประเทศ จากสถิติทางการของ Dek69
- คะแนนเฉลี่ยอยู่ราว 40 จาก 100
- มัธยฐานอยู่ที่ 35 คะแนน
- มีผู้เข้าสอบกว่า 286,000 คน
หมายความว่าผู้สอบกว่าครึ่งทำคะแนนได้ต่ำกว่า 35 คะแนน และการได้คะแนนเกินครึ่งก็ถือว่าอยู่เหนือผู้สอบส่วนใหญ่แล้ว
แม้ข้อมูลนี้จะอ้างอิงจาก Dek69 แต่รูปแบบข้อสอบและการกระจายคะแนนค่อนข้างคงที่ จึงยังใช้เป็นแนวทางสำหรับ Dek70 และ Dek71 ได้
ความยากของ TGAT1 ไม่ได้อยู่ที่ Grammar
หลายคนเข้าใจว่า TGAT1 ยากเพราะ Grammar ความจริงแล้ว Grammar เป็นเพียงส่วนหนึ่งของข้อสอบเท่านั้น
สิ่งที่ทำให้ผู้สอบจำนวนมากเสียคะแนนคือการต้องใช้หลายทักษะพร้อมกันภายในเวลาที่จำกัด เช่น
- อ่านบทสนทนาแล้วเลือกคำตอบได้อย่างรวดเร็ว
- อ่านบทความเพื่อจับใจความสำคัญ
- เติมข้อความจากบริบท (Text Completion)
- เดาคำศัพท์ที่ไม่รู้โดยอาศัย Context Clues
ดังนั้น TGAT1 จึงวัด "การใช้ภาษา" มากกว่าการท่องกฎไวยากรณ์ (ดูภาพรวมทุกพาร์ทในโครงสร้างข้อสอบ TGAT1)
เวลาคือความท้าทายที่แท้จริง
แม้ตัวข้อสอบจะไม่ได้ยากมากเมื่อดูทีละข้อ แต่เมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ผู้สอบต้องบริหารเวลาอย่างดี
TGAT1 มี 60 ข้อ และตามการออกแบบข้อสอบใช้เวลา 60 นาที หรือเฉลี่ยเพียงประมาณ 1 นาทีต่อข้อ
ในห้องสอบจริง แม้ผู้สอบจะบริหารเวลาได้เองภายในเวลารวมของ TGAT ทั้ง 3 พาร์ท แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังพยายามทำ TGAT1 ให้เสร็จภายในประมาณ 50–60 นาที เพื่อเหลือเวลาให้ TGAT2 และ TGAT3
นั่นทำให้การลังเลเพียงไม่กี่ข้อ หรือการติดอยู่กับคำศัพท์คำเดียว อาจทำให้เสียเวลาสะสมจนทำข้อสอบไม่ทันได้ (อ่านเพิ่มเติมในเทคนิคบริหารเวลาในการทำ TGAT1)
แล้ว TGAT1 ยากกว่า A-Level อังกฤษไหม?
หากดูจากคะแนนเฉลี่ย ทั้งสองวิชาใกล้เคียงกันมาก
- TGAT1 คะแนนเฉลี่ยราว 40 คะแนน
- A-Level อังกฤษ คะแนนเฉลี่ยราว 42 คะแนน
แต่การเปรียบเทียบจากคะแนนเฉลี่ยเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เข้าใจผิด เพราะกลุ่มผู้เข้าสอบต่างกัน
A-Level ภาษาอังกฤษมักมีผู้สอบที่ตั้งใจใช้คะแนนวิชานี้เป็นหลัก ขณะที่ TGAT1 เป็นข้อสอบที่แทบทุกคณะใช้ จึงมีผู้เข้าสอบหลากหลายระดับมากกว่า
ในด้านลักษณะข้อสอบ A-Level มีบทอ่านเชิงวิชาการและโจทย์ที่ซับซ้อนกว่า ส่วน TGAT1 เน้นภาษาเพื่อการสื่อสารและการทำข้อสอบให้ทันเวลา (อ่านเพิ่มเติมในTGAT1 กับ A-Level อังกฤษ ต่างกันยังไง)
ข่าวดีคือ TGAT1 เป็นข้อสอบที่ฝึกแล้วคะแนนขึ้นได้
แม้คะแนนเฉลี่ยจะต่ำ แต่ TGAT1 มีข้อได้เปรียบสำคัญคือรูปแบบข้อสอบค่อนข้างชัดเจน ทักษะที่ใช้ซ้ำทุกปี ได้แก่
- Conversation
- Reading
- Text Completion (Cloze)
- การเดาคำศัพท์จากบริบท
เมื่อฝึกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการฝึกทำข้อสอบแบบจับเวลา คุณจะเริ่มตอบคำถามได้เร็วขึ้น ตัดตัวเลือกได้แม่นขึ้น และใช้เวลาน้อยลงในแต่ละข้อ
สรุป
TGAT1 เป็นข้อสอบที่ท้าทายจริง หากดูจากคะแนนเฉลี่ยของผู้สอบทั้งประเทศ
อย่างไรก็ตาม ความยากของข้อสอบไม่ได้อยู่ที่ Grammar หรือคำศัพท์ระดับสูง แต่อยู่ที่การต้องใช้ทักษะการอ่าน การสื่อสาร และการตัดสินใจภายใต้เวลาที่จำกัด
ข่าวดีคือ ทักษะเหล่านี้สามารถพัฒนาได้จากการฝึกทำข้อสอบอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการฝึกแบบจับเวลา ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้คะแนนขยับได้ชัดเจนที่สุด
อยากรู้ว่าตอนนี้คุณทำ TGAT1 ได้ทันเวลาหรือไม่?
ลองทำ Mock Test TGAT1 กับ U-Prep Academy แบบจับเวลาจริง พร้อมเฉลยละเอียด เพื่อวัดทั้งคะแนน ความเร็ว และค้นหาพาร์ทที่ควรพัฒนา ก่อนถึงวันสอบจริง
คำถามที่พบบ่อย
- TGAT1 ยากไหม?
- จากสถิติของ Dek69 คะแนนเฉลี่ยอยู่ราว 40 จาก 100 และมัธยฐาน 35 ซึ่งต่ำกว่าครึ่ง สะท้อนว่าเป็นข้อสอบที่ผู้สอบจำนวนมากทำคะแนนได้ไม่ง่าย แม้ตัวข้อสอบจะไม่ได้เน้น Grammar หรือคำศัพท์ที่ยากมากก็ตาม
- คะแนนเฉลี่ย TGAT1 อยู่ที่เท่าไหร่?
- จากสถิติของ Dek69 คะแนนเฉลี่ยอยู่ราว 40 จาก 100 มัธยฐาน 35 และมีผู้เข้าสอบกว่า 286,000 คน ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อสอบที่มีผู้เข้าสอบมากที่สุดของระบบ TCAS
- TGAT1 ยากกว่า A-Level อังกฤษไหม?
- ทั้งสองวิชามีคะแนนเฉลี่ยใกล้เคียงกันและวัดทักษะคล้ายกัน แต่ A-Level มีบทอ่านเชิงวิชาการและโจทย์ที่หลากหลายกว่า ขณะที่ TGAT1 กดดันเรื่องความเร็วในการทำข้อสอบมากกว่า
- TGAT1 ฝึกแล้วคะแนนดีขึ้นได้จริงไหม?
- ได้ เพราะข้อสอบมีรูปแบบค่อนข้างชัดเจน ทักษะที่ใช้ซ้ำทุกปี เช่น Conversation, Reading, Cloze และการเดาศัพท์จากบริบท สามารถพัฒนาได้จากการฝึกทำข้อสอบแบบจับเวลา