A-Level อังกฤษ ยากไหม? วิเคราะห์จากคะแนนเฉลี่ยและข้อสอบจริง
13 มิถุนายน 2569 · อ่าน 13 นาที · ครูพี่หวาย ธฤตสรณ์ ศรพรหม

A-Level ภาษาอังกฤษยากไหม?
หากดูจากสถิติของ Dek69 คำตอบคือ
ไม่ใช่ข้อสอบที่ทำคะแนนได้ง่าย
คะแนนเฉลี่ยของผู้เข้าสอบทั้งประเทศอยู่ที่ประมาณ 42 คะแนนจาก 100 และผู้สอบครึ่งหนึ่งได้คะแนนต่ำกว่าประมาณ 39 คะแนน
แต่ในอีกมุมหนึ่ง ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้เป็นวิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุดในกลุ่ม A-Level
แล้วตกลงข้อสอบนี้ยากหรือไม่? คำตอบคือ
ความยากของ A-Level ภาษาอังกฤษไม่ได้อยู่ที่การเป็นวิชาที่คะแนนต่ำที่สุด แต่อยู่ที่การแข่งขันที่สูง และการที่ข้อสอบวัดหลายทักษะพร้อมกันภายใต้เวลาที่จำกัด
แม้ว่าสถิติในบทความนี้จะอ้างอิงจาก Dek69 แต่แนวโน้มคะแนนของวิชาภาษาอังกฤษค่อนข้างใกล้เคียงกันหลายปี จึงยังเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับ Dek70 และ Dek71 ในการประเมินระดับความยากของข้อสอบ
ดูจากคะแนนเฉลี่ย คำตอบคือไม่ใช่ข้อสอบที่ง่าย
หนึ่งในวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดในการประเมินความยากของข้อสอบ คือการดูคะแนนเฉลี่ยของผู้เข้าสอบทั้งประเทศ
จากสถิติทางการของ Dek69
- คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 42 คะแนน
- มัธยฐานอยู่ที่ประมาณ 39 คะแนน
นั่นหมายความว่า
ผู้สอบครึ่งหนึ่งของประเทศได้ต่ำกว่าประมาณ 39 คะแนน
เพียงข้อมูลนี้ก็สะท้อนว่าข้อสอบไม่ได้เป็นข้อสอบที่เก็บคะแนนได้ง่ายสำหรับผู้สอบส่วนใหญ่
ยิ่งเมื่อพิจารณาว่าวิชาภาษาอังกฤษมีผู้เข้าสอบเกือบ 180,000 คน ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาที่มีผู้สอบมากที่สุดในระบบ TCAS ก็ยิ่งทำให้การแข่งขันในสนามสอบนี้สูงขึ้นไปอีก
ยากไหมเมื่อเทียบกับวิชาอื่นใน A-Level?
หลายคนอาจคิดว่าถ้าภาษาอังกฤษยาก คะแนนเฉลี่ยก็น่าจะต่ำที่สุด แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น
จากสถิติ Dek69 คะแนนเฉลี่ยของ A-Level ภาษาอังกฤษอยู่ในกลุ่มค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหลายวิชา โดยอยู่รองจากวิชาภาษาไทยและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ขณะที่วิชาคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และเคมีมีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่ามาก
ดังนั้น หากใช้คะแนนเฉลี่ยเป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียว ภาษาอังกฤษอาจไม่ได้ดูเป็นวิชาที่โหดที่สุด
แต่การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยข้ามวิชามีข้อจำกัด เพราะแต่ละวิชามีกลุ่มผู้สอบและธรรมชาติของเนื้อหาที่แตกต่างกัน
สิ่งที่พอบอกได้คือ
ความท้าทายของ A-Level ภาษาอังกฤษไม่ได้อยู่ที่การเป็นวิชาที่คะแนนต่ำที่สุด แต่อยู่ที่การมีผู้สอบจำนวนมาก และข้อสอบที่วัดหลายทักษะพร้อมกัน
ยากตรงไหน?
สำหรับผู้สอบส่วนใหญ่ ความยากของ A-Level ภาษาอังกฤษมักมาจาก 3 เรื่องหลัก
- บทอ่านที่ยาวและหลากหลาย
- เวลาที่จำกัด (80 ข้อใน 90 นาที ดูโครงสร้างข้อสอบ A-Level อังกฤษ)
- การต้องใช้หลายทักษะพร้อมกัน
ผู้สอบต้อง
- อ่านเร็ว
- จับใจความได้แม่น
- เดาคำศัพท์จากบริบท (อ่านเทคนิคได้ในบทความนี้)
- วิเคราะห์ข้อมูล
- ตัดสินใจเลือกคำตอบภายในเวลาที่จำกัด
นี่คือเหตุผลที่หลายคนรู้สึกว่า A-Level ภาษาอังกฤษยาก แม้จะไม่ได้มีเนื้อหาไวยากรณ์ซับซ้อนเท่าวิชาสายคำนวณหรือวิทยาศาสตร์
A-Level อังกฤษ ยากกว่า TGAT1 ไหม?
สำหรับผู้สอบส่วนใหญ่ คำตอบมักเป็น "ใช่"
แม้ทั้งสองวิชาจะวัดทักษะภาษาอังกฤษเหมือนกัน แต่จุดเน้นต่างกันพอสมควร
TGAT1 มักเน้นการสื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน การตีความสถานการณ์ และการใช้ภาษาในบริบททั่วไป
ในขณะที่ A-Level ภาษาอังกฤษผสมทั้งภาษาในชีวิตประจำวันและบทอ่านเชิงวิชาการเข้าด้วยกัน ผู้สอบจึงต้องสลับรูปแบบการอ่านและการคิดตลอดทั้งข้อสอบ
นอกจากนี้ บทอ่านของ A-Level ยังมักยาวกว่าและมีรายละเอียดมากกว่า ทำให้การบริหารเวลาเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคะแนน
Reading คือพาร์ทที่ทำให้หลายคนเสียคะแนน
หากดูจากโครงสร้างข้อสอบ Reading เป็นพาร์ทที่ใหญ่ที่สุดของข้อสอบทั้งหมด ทั้งในแง่จำนวนข้อและเวลาที่ใช้ทำ
ผู้สอบจำนวนมากไม่ได้เสียคะแนนเพราะไม่รู้คำตอบ แต่เสียคะแนนเพราะ
- อ่านไม่ทัน
- หาข้อมูลไม่เจอ
- ใช้เวลากับข้อใดข้อหนึ่งมากเกินไป
นี่คือเหตุผลที่นักเรียนจำนวนมากรู้สึกว่า คะแนนสอบไม่ได้สะท้อนระดับภาษาอังกฤษของตัวเองทั้งหมด เพราะสิ่งที่ถูกวัดไม่ใช่แค่ความรู้ แต่รวมถึงความสามารถในการใช้ความรู้นั้นภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาด้วย (อ่านวิธีรับมือเมื่อทำข้อสอบไม่ทัน)
แล้วความยากนี้เป็นข่าวร้ายหรือข่าวดี?
จริง ๆ แล้วเป็นทั้งสองอย่าง
ข่าวร้ายคือ A-Level ภาษาอังกฤษไม่ใช่ข้อสอบที่สามารถอาศัยการท่องจำระยะสั้นแล้วทำคะแนนสูงได้ง่าย
แต่ข่าวดีคือ ความยากนี้เกิดขึ้นกับผู้สอบส่วนใหญ่เช่นกัน ในสนามสอบจริง คุณไม่ได้แข่งขันกับข้อสอบ แต่แข่งขันกับผู้เข้าสอบคนอื่น
ดังนั้น การเพิ่มคะแนนจาก 40 เป็น 55 หรือจาก 55 เป็น 65 อาจสร้างความแตกต่างได้มากกว่าที่หลายคนคิด โดยเฉพาะในวิชาที่คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าครึ่งแบบนี้ (ดูวิธีตั้งเป้าคะแนนจากสถิติจริง)
ทำไม A-Level อังกฤษถึงเป็นวิชาที่ฝึกแล้วดีขึ้นได้จริง
แม้ข้อสอบจะท้าทาย แต่ก็มีข้อได้เปรียบสำคัญ คือรูปแบบข้อสอบค่อนข้างชัดเจน และทักษะที่ใช้ซ้ำกันทุกปี ได้แก่
- การอ่านจับใจความ
- การหาข้อมูลเฉพาะจุด
- การเดาศัพท์จากบริบท
- การวิเคราะห์บทสนทนา
- การจัดลำดับข้อความ
สิ่งเหล่านี้สามารถพัฒนาได้จากการฝึกอย่างต่อเนื่อง ยิ่งคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบมากเท่าไร คุณก็ยิ่งใช้เวลาน้อยลงในการตัดสินใจ และมีโอกาสเก็บคะแนนได้มากขึ้น
สรุป
A-Level ภาษาอังกฤษเป็นข้อสอบที่ท้าทายจริง ไม่ใช่เพราะเป็นวิชาที่คะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด แต่เพราะเป็นวิชาที่มีผู้สอบจำนวนมาก มีการแข่งขันสูง และวัดหลายทักษะพร้อมกันภายใต้เวลาที่จำกัด
อย่างไรก็ตาม ความยากนี้ไม่ใช่สิ่งที่เอาชนะไม่ได้ หากเข้าใจโครงสร้างข้อสอบ ฝึกทักษะที่ถูกต้อง และทำข้อสอบจับเวลาอย่างสม่ำเสมอ คุณสามารถพัฒนาคะแนนได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกับผู้สอบจำนวนมากในทุกปี
อยากรู้ว่าตอนนี้ระดับของคุณอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับผู้สอบคนอื่น?
ลองทำ Mini Mock Test A-Level ภาษาอังกฤษฟรีกับ U-Prep Academy เพื่อสำรวจจุดแข็ง จุดอ่อน และวางแผนพัฒนาคะแนนก่อนสอบจริง
คำถามที่พบบ่อย
- A-Level อังกฤษ ยากกว่า TGAT1 ไหม?
- โดยทั่วไป A-Level ภาษาอังกฤษมักท้าทายกว่าในด้านปริมาณการอ่าน ความหลากหลายของบทอ่าน และเวลาที่จำกัด
- คะแนนเฉลี่ย A-Level อังกฤษอยู่ที่เท่าไหร่?
- จากสถิติทางการของ Dek69 คะแนนเฉลี่ยอยู่ราว 42 จาก 100 และมัธยฐานราว 39 ซึ่งต่ำกว่าครึ่ง สะท้อนว่าเป็นวิชาที่ผู้สอบจำนวนมากทำคะแนนได้ไม่ง่าย
- A-Level อังกฤษยากกว่าวิชาอื่นใน A-Level ไหม?
- ถ้าดูแค่คะแนนเฉลี่ย ภาษาอังกฤษไม่ได้ต่ำที่สุด กลับสูงเป็นอันดับต้น ๆ รองจากภาษาไทยและวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ส่วนคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี เฉลี่ยต่ำกว่ามาก ความท้าทายของอังกฤษจึงอยู่ที่การแข่งขันที่สูงและลักษณะข้อสอบ มากกว่าการมีคะแนนเฉลี่ยต่ำที่สุด
- A-Level อังกฤษฝึกแล้วดีขึ้นได้จริงไหม?
- ได้ เพราะรูปแบบข้อสอบค่อนข้างชัดเจนและมีทักษะที่สามารถพัฒนาได้จากการฝึกทำข้อสอบอย่างสม่ำเสมอ