คำศัพท์ TGAT1 + A-Level อังกฤษ ออกแบบไหน ท่องยังไงให้จำได้จริง (พร้อมคลัง 1,000 คำ)
5 กรกฎาคม 2569 · อ่าน 13 นาที · ครูพี่หวาย ธฤตสรณ์ ศรพรหม

Dek69 Dek70 และ Dek71 เวลาพูดถึงการเตรียมสอบ TGAT1 หรือ A-Level อังกฤษ หลายคนมักถามว่าต้องท่องศัพท์กี่คำ จริง ๆ แล้วคำถามนี้ตอบเป็นตัวเลขไม่ได้ เพราะข้อสอบทั้งสองสนามไม่ได้ออกจากลิสต์คำศัพท์ชุดใดชุดหนึ่ง สิ่งที่ข้อสอบวัดคือคุณรู้คำศัพท์มากพอที่จะอ่านบทความ เข้าใจบริบท และเลือกคำที่เหมาะสมได้หรือไม่ นั่นคือเหตุผลที่คำศัพท์กลายเป็นพื้นฐานของแทบทุกพาร์ต ทั้ง Conversation, Cloze และ Reading บทความนี้จะอธิบายว่าข้อสอบทั้งสองสนามใช้คำศัพท์ระดับไหน ต่างกันอย่างไร ควรท่องแบบไหนถึงจะใช้ได้จริงในห้องสอบ พร้อมคลังคำศัพท์ 1,000 คำระดับ B2-C1 ที่ U-Prep Academy ทำไว้ให้นำไปฝึกได้เลย
TGAT1 กับ A-Level ใช้คำศัพท์ชุดเดียวกันได้ไหม
ได้เกือบทั้งหมด แม้ทั้งสองสนามจะมีรูปแบบข้อสอบต่างกันเล็กน้อย แต่คำศัพท์ที่ใช้คาบเกี่ยวกันมาก เพราะต่างก็วัดทักษะการอ่านและการสื่อสารภาษาอังกฤษ และมีพาร์ตร่วมกันคือ Conversation, Reading และ Cloze ความแตกต่างมีเพียงว่า TGAT1 เน้นภาษาอังกฤษที่ใช้สื่อสารในชีวิตจริง บทอ่านสั้นกว่า ส่วน A-Level อังกฤษมีบทอ่านยาวและเชิงวิชาการมากกว่า จึงพบคำศัพท์ระดับสูงและ collocation ที่ซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย แต่โดยภาพรวมแล้ว การสร้างคลังคำศัพท์ชุดเดียวสามารถใช้เตรียมสอบทั้งสองสนามได้
| หัวข้อ | TGAT1 | A-Level อังกฤษ |
|---|---|---|
| ระดับคำศัพท์ | B1-B2 | B2-C1 |
| จุดที่ใช้คำศัพท์ | Conversation, Cloze, Reading | Conversation, Cloze, Reading, Paragraph Organization |
| ลักษณะบทอ่าน | ภาษาในชีวิตประจำวัน | เชิงวิชาการมากกว่า |
| ชุดคำที่เตรียม | ใช้ร่วมกันได้เป็นหลัก | ใช้ร่วมกันได้ เพิ่มคำระดับสูงอีกนิด |
ตรงนี้มีจุดที่ต้องเข้าใจให้ถูก หลายแหล่งชอบบอกว่า A-Level อังกฤษยากกว่า TGAT1 ซึ่งไม่แฟร์นัก เพราะคะแนนเฉลี่ยของสองสนามเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ คนที่สอบ TGAT1 มีเกือบทุกความสามารถเพราะเกือบทุกคณะใช้ ส่วน A-Level อังกฤษมีเฉพาะคนที่ตั้งใจใช้คะแนนวิชานี้ กลุ่มคนต่างกันจึงทำให้ค่าเฉลี่ยต่างกัน ไม่ได้แปลว่าตัวข้อสอบยากกว่ากันจริง สรุปให้เข้าใจง่ายคือทั้งสองสนามท้าทายพอ ๆ กัน และคำศัพท์ที่ต้องเตรียมก็เป็นชุดเดียวกันเป็นหลัก
ความยากไม่ได้อยู่ที่ศัพท์ยาก
หลายคนเสียเวลาไปกับการท่องศัพท์ที่แทบไม่เคยออกสอบ แต่ในความเป็นจริง ข้อสอบมักใช้คำศัพท์ที่พบได้ทั่วไปในระดับมัธยมปลาย เพียงแต่นำมาใช้ในบริบทที่ซับซ้อนกว่า คำที่เคยเห็นอยู่แล้วอาจมีหลายความหมาย หรือใช้ร่วมกับคำอื่นเป็น collocation ที่ไม่คุ้น ดังนั้นสิ่งที่ข้อสอบวัดจึงไม่ใช่ว่ารู้คำนี้แปลว่าอะไร แต่คือรู้ว่าคำนี้ควรใช้ในบริบทนี้หรือไม่ การไล่ท่องแต่คำยาก ๆ ที่นาน ๆ ออกทีจึงไม่คุ้มเท่าการเก็บคำระดับกลางถึงสูงที่ออกซ้ำ ๆ ให้แน่นและใช้เป็น
ทำไมท่องศัพท์เยอะแล้วคะแนนไม่ขึ้น
ปัญหาที่พบบ่อยคือนักเรียนจำได้ว่า achieve แปลว่าบรรลุ แต่พอเจอ Cloze กลับเลือกผิด เพราะข้อสอบไม่ได้ถามว่า achieve แปลว่าอะไร แต่ถามว่าคำไหนเหมาะกับประโยคนี้ที่สุด ดังนั้นสิ่งที่ควรจำคือ collocation รูปประโยค และการใช้จริง เช่น แทนที่จะจำแค่ว่า achieve แปลว่าบรรลุ ควรจำติดไปเลยว่ามักใช้เป็น achieve a goal, achieve success หรือ achieve one's objective เมื่อเห็นคำเหล่านี้ในข้อสอบ สมองจะเชื่อมโยงบริบทได้ทันทีโดยไม่ต้องแปลไทยก่อน หลักเดียวกันนี้ยังช่วยพาร์ต Conversation ด้วย เพราะการเลือกประโยคตอบที่เหมาะกับสถานการณ์ต้องอาศัยความคุ้นเคยกับสำนวนและคำที่เจ้าของภาษาใช้จริง
วิธีท่องศัพท์ที่จำได้จริง
แทนที่จะอ่านคำศัพท์กับคำแปลซ้ำ ๆ ลองใช้ลำดับต่อไปนี้
- เข้าใจความหมายหลักของคำก่อน โดยไม่จำเป็นต้องจำคำแปลไทยทุกความหมายตั้งแต่แรก
- จำเป็นวลีหรือ collocation แทนคำเดี่ยว เช่น make a decision, take responsibility, pay attention จะใช้ได้จริงกว่าการจำแค่ make, take หรือ pay
- อ่านประโยคตัวอย่างเพื่อเห็นโครงสร้างและบริบทจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้อสอบวัด
- ปิดคำแปลแล้วทดสอบตัวเอง เพราะการพยายามนึกคำตอบด้วยตัวเองทำให้จำได้นานกว่าการอ่านซ้ำเฉย ๆ
- ทบทวนเฉพาะคำที่ยังจำไม่ได้ ไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง จะคุ้มเวลากว่ามาก
วิธีนี้ช่วยให้จำได้นานกว่า และหยิบคำไปใช้ใน Cloze หรือ Reading ได้จริง
แบ่งท่องเป็นชุดเล็ก ๆ
คำศัพท์ 1,000 คำไม่จำเป็นต้องท่องรวดเดียว วิธีที่ได้ผลกว่าคือแบ่งเป็นชุดละ 50-100 คำ แล้ววนกลับมาทบทวนคำเดิมก่อนเริ่มชุดใหม่ การท่องวันละน้อยแต่สม่ำเสมอให้ผลดีกว่าการอ่านหลายร้อยคำในวันเดียวแล้วหยุดไปหลายวัน สำหรับคนที่เหลือเวลาก่อนสอบไม่มาก การเก็บคำให้แน่นทีละชุดยังช่วยให้เห็นความคืบหน้าชัดและไม่ล้าเกินไป
อย่าท่องศัพท์อย่างเดียว
แม้คำศัพท์จะสำคัญ แต่ข้อสอบไม่ได้วัดคำศัพท์แยกออกจากทักษะอื่น ในพาร์ต Cloze และ Reading คุณต้องใช้ไวยากรณ์ การเดาความหมายจากบริบท และการจับใจความร่วมกันเสมอ จึงควรฝึกทำข้อสอบจริงควบคู่ไปกับการเพิ่มคลังคำศัพท์ หากยังไม่มั่นใจเรื่องการเดาคำศัพท์จากบริบท อ่านต่อได้ที่ เดาศัพท์จากบริบท (Context Clues) เทคนิคทำข้อสอบ A-Level อังกฤษ ดูภาพรวมข้อสอบได้ที่ โครงสร้างข้อสอบ A-Level อังกฤษ และถ้าเตรียมทั้งสองสนามพร้อมกัน อ่านเปรียบเทียบได้ที่ TGAT1 กับ A-Level อังกฤษ ต่างกันอย่างไร
คลังคำศัพท์ 1,000 คำ จาก U-Prep Academy
U-Prep Academy ได้รวบรวมคำศัพท์ระดับ B2-C1 ที่พบได้บ่อยในข้อสอบ TGAT1 และ A-Level อังกฤษ จำนวน 1,000 คำ แบ่งเป็น 10 ชุด ชุดละ 100 คำ แต่ละคำประกอบด้วยชนิดของคำ ความหมาย collocation ที่ใช้บ่อย ประโยคตัวอย่าง และช่องสำหรับติ๊กทบทวนคำที่จำได้แล้ว ออกแบบมาให้ใช้ร่วมกับวิธีท่องทั้งห้าขั้นข้างต้น เพราะคำศัพท์ชุดนี้ครอบคลุมทั้งสองสนาม จึงเตรียมทีเดียวใช้ได้ทั้ง TGAT1 และ A-Level
ดาวน์โหลดไฟล์ PDF คลังคำศัพท์ 1,000 คำ (TGAT1 + A-Level)
สรุป
การทำคะแนนภาษาอังกฤษไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณจำศัพท์ได้กี่คำ แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้คำศัพท์เหล่านั้นได้หรือไม่ การท่องแบบมีบริบทผ่าน collocation และประโยคตัวอย่างจะช่วยให้ทั้งการทำ Cloze, Reading และ Conversation ง่ายขึ้นกว่าการจำคำแปลเพียงอย่างเดียว เมื่อสร้างคลังคำศัพท์ที่แข็งแรงควบคู่กับการฝึกทำข้อสอบอย่างสม่ำเสมอ คะแนนของทั้ง TGAT1 และ A-Level อังกฤษก็จะค่อย ๆ พัฒนาไปพร้อมกัน
เริ่มจากดาวน์โหลดคลังคำศัพท์ 1,000 คำไปฝึกตามวิธีห้าขั้น แล้วลองวัดผลด้วยการทำ Mini Mock Test ภาษาอังกฤษ A-Level กับ U-Prep Academy เพื่อดูว่าคำและบริบทแบบไหนที่ยังต้องเก็บเพิ่มก่อนวันสอบจริง
คำถามที่พบบ่อย
- สอบ TGAT1 กับ A-Level อังกฤษ ต้องท่องศัพท์กี่คำ?
- ไม่มีจำนวนตายตัว เพราะข้อสอบไม่ได้ออกจากลิสต์คำศัพท์ชุดใดชุดหนึ่ง สิ่งที่วัดจริงคือรู้คำมากพอจะอ่านบทความ เข้าใจบริบท และเลือกคำที่เหมาะสมได้หรือไม่ การมีคลังคำระดับกลางถึงสูง (B2-C1) เป็นฐาน เช่น คลัง 1,000 คำของ U-Prep Academy จึงช่วยให้เริ่มได้ตรงจุดกว่าการไล่ท่องคำแปลกที่แทบไม่ออกสอบ
- คำศัพท์ TGAT1 กับ A-Level อังกฤษ ใช้ชุดเดียวกันได้ไหม?
- ได้เกือบทั้งหมด เพราะทั้งสองสนามวัดคำระดับใกล้เคียงกันและมีพาร์ตร่วมกันคือ Conversation, Reading และ Cloze คำศัพท์ชุดเดียวจึงใช้เตรียมได้ทั้งคู่ ต่างกันตรง A-Level มักมีบทอ่านยาวและเชิงวิชาการมากกว่า จึงเจอคำระดับสูง (C1) และ collocation ซับซ้อนบ่อยกว่าเล็กน้อย แต่ไม่ใช่คนละโลกกัน
- ควรท่องศัพท์แบบไหนถึงจะได้คะแนน?
- ควรท่องแบบมีบริบท คือจำคำคู่กับ collocation และประโยคตัวอย่าง ไม่ใช่ท่องคำเดี่ยวกับคำแปลอย่างเดียว เพราะข้อสอบทั้งสองสนามวัดการใช้คำในบริบท โดยเฉพาะพาร์ต Cloze และ Reading ไม่ได้ถามว่าคำนี้แปลว่าอะไร แต่ถามว่าคำไหนเหมาะที่สุดในช่องว่างนี้
- ท่องศัพท์อย่างไรให้จำได้จริง ไม่ลืม?
- ใช้ห้าขั้น คือเข้าใจความหมายหลักก่อน จำเป็นวลีแทนคำเดี่ยว อ่านประโยคตัวอย่างเพื่อเห็นบริบท ปิดคำแปลแล้วทดสอบตัวเอง และทวนเฉพาะคำที่ยังจำไม่ได้ เพื่อใช้เวลาให้คุ้มที่สุด สำคัญกว่าจำนวนคำคือความสม่ำเสมอและการฝึกใช้คำในประโยคจริง