ทำข้อสอบ A-Level อังกฤษไม่ทัน ทำยังไง? เมื่อ 'ทำทัน' สำคัญพอ ๆ กับ 'ทำถูก'
13 มิถุนายน 2569 · อ่าน 10 นาที · ครูพี่หวาย ธฤตสรณ์ ศรพรหม

หากถามนักเรียนที่เพิ่งออกจากห้องสอบ A-Level ภาษาอังกฤษว่าเสียดายอะไรที่สุด คำตอบที่ได้ยินบ่อยมากคือ
จริง ๆ ทำได้ แต่ทำไม่ทัน
สำหรับ Dek70 Dek71 ที่กำลังเตรียมตัว นี่คือปัญหาที่พบได้บ่อยกว่าการไม่เข้าใจเนื้อหาด้วยซ้ำ หลายคนมีความรู้เพียงพอที่จะตอบคำถามได้ แต่กลับไม่ได้คะแนนเท่าที่ควร เพราะเวลาไม่พอให้ใช้ความรู้นั้น
และนี่คือสิ่งที่ทำให้ A-Level ภาษาอังกฤษแตกต่างจากแบบฝึกหัดทั่วไป
ใน A-Level อังกฤษ "ทำทัน" สำคัญพอ ๆ กับ "ทำถูก"
หลายคนคิดว่าคะแนนสอบขึ้นอยู่กับความรู้ภาษาอังกฤษเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง A-Level ภาษาอังกฤษวัดสองอย่างพร้อมกัน
- ความรู้ภาษาอังกฤษ
- ความสามารถในการใช้ความรู้นั้นภายใต้เวลาที่จำกัด
ลองเปรียบเทียบผู้สอบสองคน
ผู้สอบคนที่ 1
- ทำได้ 50 ข้อ
- ถูก 80%
- คะแนนที่ได้ประมาณ 40 ข้อ
ผู้สอบคนที่ 2
- ทำได้ครบ 80 ข้อ
- ถูก 65%
- คะแนนที่ได้ประมาณ 52 ข้อ
แม้ผู้สอบคนแรกจะมีความแม่นยำสูงกว่า แต่ผู้สอบคนที่สองกลับได้คะแนนมากกว่า เพราะในสนามสอบจริง ข้อที่ยังไม่ได้ทำ และข้อที่ตอบผิด ให้คะแนนเท่ากัน คือ 0 คะแนน
นี่คือเหตุผลที่การบริหารเวลามีความสำคัญไม่แพ้ความรู้ภาษาอังกฤษ
ทำไมผู้สอบจำนวนมากถึงทำไม่ทัน?
A-Level ภาษาอังกฤษมี 80 ข้อใน 90 นาที นั่นหมายความว่าคุณมีเวลาเฉลี่ยเพียงข้อละ 1 นาทีเศษ ๆ เท่านั้น (ดูภาพรวมโครงสร้างข้อสอบ A-Level อังกฤษ)
แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว ปัญหาอยู่ที่ผู้สอบจำนวนมากใช้เวลากับข้อสอบผิดจุด
สาเหตุที่ 1: พยายามอ่านทุกคำ
เมื่อเจอบทอ่านยาว ๆ หลายคนเริ่มอ่านตั้งแต่คำแรกจนถึงคำสุดท้าย ฟังดูสมเหตุสมผล แต่ในข้อสอบจริง วิธีนี้มักทำให้เวลาหมดก่อน
เหตุผลคือคำถามจำนวนมากไม่ได้ต้องการให้คุณเข้าใจทุกประโยค สิ่งที่โจทย์ต้องการคือข้อมูลเฉพาะบางส่วนเท่านั้น ยิ่งพยายามอ่านทุกคำ คุณยิ่งใช้เวลากับข้อมูลที่อาจไม่ได้ช่วยตอบคำถามเลย
สาเหตุที่ 2: ติดอยู่กับข้อยากนานเกินไป
ผู้สอบหลายคนเสียเวลา 4–5 นาทีไปกับข้อเดียว เพราะรู้สึกว่า "อีกนิดเดียวก็น่าจะคิดออก"
แต่เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลายครั้ง เวลาที่เสียไปอาจรวมกันเป็นสิบกว่านาที ซึ่งเพียงพอสำหรับการทำข้อสอบอีกหลายข้อ ในหลายกรณี การข้ามไปก่อนแล้วกลับมาทำใหม่ภายหลังให้ผลดีกว่าการพยายามฝืนอยู่กับข้อเดิม
สาเหตุที่ 3: ไม่เคยฝึกภายใต้เวลาจริง
นักเรียนจำนวนมากอ่านหนังสือเยอะ แต่ไม่ค่อยทำข้อสอบจับเวลา ผลคือเมื่อเข้าสอบจริง
- ไม่รู้ว่าควรใช้เวลากับแต่ละพาร์ทเท่าไร
- ไม่รู้ว่าตัวเองช้าตรงไหน
- ไม่เคยรับมือกับแรงกดดันด้านเวลา
จึงเกิดปัญหาทำไม่ทัน แม้ว่าจะมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีอยู่แล้วก็ตาม
ใช้ Skimming และ Scanning ให้เป็น
หากอยากทำข้อสอบได้เร็วขึ้น สิ่งแรกที่ควรเปลี่ยนไม่ใช่ความเร็วในการอ่าน แต่คือวิธีการอ่าน
Skimming
คือการอ่านอย่างรวดเร็วเพื่อจับภาพรวม เช่น
- บทความพูดเรื่องอะไร
- แต่ละย่อหน้ามีหน้าที่อะไร
Scanning
คือการกวาดสายตาหาข้อมูลเฉพาะ เช่น
- ชื่อ
- ตัวเลข
- วันที่
- คำสำคัญ
ในข้อสอบ A-Level ภาษาอังกฤษ การใช้ Scanning อย่างมีประสิทธิภาพมักช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าการพยายามอ่านทุกบรรทัด
ควรทำพาร์ทไหนก่อน?
ไม่มีลำดับที่ถูกต้องสำหรับทุกคน แต่ผู้สอบจำนวนมากเลือก
- Listening and Speaking
- Writing
- Reading
เหตุผลคือสองพาร์ทแรกมักใช้เวลาน้อยกว่า การเก็บคะแนนจากส่วนที่ทำได้เร็วไว้ก่อน ช่วยลดความกดดันและเหลือเวลาให้ Reading มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดคือทดลองกับ Mock Test หลาย ๆ ครั้ง แล้วดูว่าลำดับไหนเหมาะกับตัวเองที่สุด
วิธีฝึกให้ทำทันจริง
สุดท้ายแล้ว ไม่มีเทคนิคใดทดแทนการฝึกได้ ยิ่งคุณทำข้อสอบมากเท่าไร
- คุณจะอ่านเร็วขึ้น
- ตัดตัวเลือกลวงได้เร็วขึ้น
- ตัดสินใจได้เร็วขึ้น
- ใช้เวลาน้อยลงกับข้อที่เคยยาก
สิ่งสำคัญคือการฝึกภายใต้เงื่อนไขใกล้เคียงสอบจริง เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่การรู้คำตอบ แต่คือการรู้คำตอบให้ทันเวลา (อ่านเพิ่มว่าทำไม A-Level อังกฤษถึงฝึกแล้วดีขึ้นได้จริง)
สรุป
การทำข้อสอบ A-Level ภาษาอังกฤษไม่ทันไม่ได้หมายความว่าคุณไม่เก่งภาษาอังกฤษ บ่อยครั้งปัญหาเกิดจาก
- อ่านละเอียดเกินไป
- ติดอยู่กับข้อยากนานเกินไป
- ไม่เคยฝึกจับเวลา
สิ่งที่ต้องจำคือ ใน A-Level ภาษาอังกฤษ การทำทันสำคัญพอ ๆ กับการทำถูก
เมื่อคุณเริ่มมองข้อสอบในมุมนี้ การเตรียมตัวจะเปลี่ยนจากการพยายาม "รู้ทุกอย่าง" ไปเป็นการฝึกใช้ความรู้ที่มีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดภายใน 90 นาที
อยากรู้ว่าตอนนี้คุณทำข้อสอบได้ทันหรือไม่?
ลองทำ Mini Mock Test A-Level ภาษาอังกฤษฟรีกับ U-Prep Academy เพื่อดูว่าคุณใช้เวลาในแต่ละพาร์ทมากแค่ไหน ก่อนฝึกกับ Mock Test เต็มรูปแบบเสมือนวันสอบจริง
คำถามที่พบบ่อย
- ทำข้อสอบ A-Level อังกฤษไม่ทันเพราะอะไร?
- สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการอ่านละเอียดทุกคำ ติดอยู่กับข้อยากนานเกินไป และไม่เคยฝึกทำข้อสอบภายใต้เวลาจริง
- ต้องอ่านบทความทุกคำไหม?
- ไม่จำเป็น คำถามจำนวนมากสามารถตอบได้ด้วยการใช้เทคนิค Skimming และ Scanning โดยไม่ต้องเข้าใจทุกประโยค
- ควรทำพาร์ทไหนก่อน?
- ไม่มีคำตอบตายตัว แต่ผู้สอบจำนวนมากเลือกทำพาร์ทที่ใช้เวลาน้อยก่อน แล้วเก็บ Reading ซึ่งเป็นพาร์ทที่ใช้เวลามากที่สุดไว้ภายหลัง
- วิธีฝึกให้ทำทันคืออะไร?
- การทำ Mock Test จับเวลาจริงอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุด เพราะช่วยให้คุ้นกับทั้งข้อสอบและแรงกดดันด้านเวลา